Israel Day one

posted on 17 Oct 2011 22:30 by rico in Travel
ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนประเทศ Israel ที่ๆไม่เคยคิดจะไปเลย เพราะ ไม่รู้จักจุดเด่น และ หาทัวร์ไปลำบาก
กรณีนี้ชวนกันหลายต่อมาก
 
อาจารย์อิสราเอล มาสอนที่ประเทศไทย เขาชอบประเทศไทยมาก พูดภาษาไทยได้ 80% เป็นอาจารย์สอนพิเศษตามวิทยาลัย มหาวิทยาลัยต่างๆ
เช่น ราชภัฎสุรินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
 
เขาชวนอาจารย์มหาลัยขอนแก่นคนนึงไปเที่ยวที่อิสราเอล อาจารย์คนนั้นเขาเป็นเพื่อนกับแม่เรา ไม่ค่อยมั่นใจก็มาชวนแม่เรา
 
ส่วนแม่เราก็ไม่มั่นใจอยู่ดีมีแต่ผู้หญิง ก็เลยมาชวนเราอีกต่อนึง.....
 
หลายขั้นตอนจริงๆ
 
เที่ยวบินก็หลายขั้นตอน
จากไทยไปลง เคียฟ ของยูเครน แล้วค่อยเปลี่ยนเครื่องต่อไปยัง เทลอาวิฟของอิสราเอล
 
รูปสนามบินของเคียฟ....เล็กพอๆกับสนามบินที่ภูเก็ตของเรา
 
 
ลงจากเครื่องแล้ว อาจารย์อิสราเอลชื่อ ไมเคิลก็มารับนั่งรถต่อไปที่เมือง เยรูซาเลม เมืองหลวงของอิสราเอล
 
เมืองแห่งความขัดแย้ง
ขัดแย้งยังไงเดี๋ยวเล่าทีหลัง
 
 
เมืองเขาก็ทึมๆ ตึกสีเดียวกันหมด ดีที่หน้าตาแตกต่างกันบ้างไม่เหมือนยุโรปที่เรียงติดกันเป็นพรืด
 
 
 
 
 
ซักพักเดินผ่านกำแพงเมืองเข้าไปสู่เขตเมืองเก่า
 
 
 
หลักๆเลยที่ว่า เมืองเยรูซาเลมเป็นเมืองแห่งความขัดแย้ง
ตัวเมืองเองมีพื้นฐานอยู่ที่ มีชาวยิวเป็นจำนวนมากอาศัยอยู่ แต่ก็มีชาวปาเลสไตน์ ที่อ้างสิทธิว่าเป็นเจ้าของประเทศมาแต่ก่อน
คอยเขม่นอยู่เรื่อยๆ แล้วก็มีชาวอาหรับที่เป็นชนเผ่าทะเลทรายในสมัยก่อนมาตั้งรกรากเหมือนกัน เป็นสามฝ่ายที่คอยหาเรื่องทะเลาะกัน
 
พอมาอยู่ใน Old City ก็ถูกแบ่งเป็น สี่ส่วน แยกกันเอกเทศชัดเจนคือ
- Christian quarter เป็นโซนของศาสนาคริส มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คือ Church of Holy Sepylcher หรือสถานที่ฝังศพของพระเยซูนั่นเอง
- Jewish quater โซนของศาสนายิว เคยเป็นที่อยู่ของศาสนสถานโบราณของศาสนายิว ซึ่งถูกเผาทำลายโดยชาวโรมัน (หาอ่านได้ใน C.M.B. เล่ม 4) ปัจจุบัน ชาวยิวจะมาไว้ทุกข์กันที่ กำแพงร้องไห้ ที่เคยเห็นส่วนนึงของศาสนสถานโบราณ
- Muslim quarter ส่วนนี้มีประชากรมากที่สุดในเขต Old city จุดสำคัญคือ Dome of the rock เสียดายที่ไม่ได้เข้าไปเพราะเขากำลังมีพิธี ความสำคัญคือ เป็นตัวแทนของจุดที่ มูฮัมมัด ลงมาจากสวรรค์ และกลับสู่สวรรค์ (อาจจะผิดพลาดได้)
- Armenian quater ส่วนของชาวอาหรับทะเลทราย ไม่ได้เข้าไป ไม่ทราบรายละเอียดมาก
 
1. Christian Quarter
 
The chruch of Holy Sepulcher
ถือว่าเป็น นครเมกกะของเหล่าชาวคริสต์เลย
 
 
เข้ามาปุ๊บก็จะเจอ
แท่นรองพระศพของพระเยซูก่อนที่จะนำลงสู่หลุมฝัง
 
 
 
 
 
 
แต่ถึงอยู่ในนั้น ก็ยังมีการแบ่งแยกคือ นิกายต่างๆของศาสนาคริสต์ (นับเฉพาะ นิกาย ที่มีมาตั้งแต่ต้นประวัติศาสตร์ Eastern Orthodoxy, Oriental Orthodoxy and Roman Catholicism เท่านั้น
และก็แยกกันอยู่ในพื้นที่ของตัวเองภายในโบสต์แห่งนี้ ไม่ยอมกันที่จะรวมอยู่ด้วยกัน
 
 
ทางลงไปหลุมศพของนิกายนึง (จำไม่ได้ว่าอันไหน)
 
 
จากนั้นก็วนๆอยู่อีก สองนิกายที่เหลือ ก็เป็นเหมือนกันคือมีช่องทางลงประมาณไปเยี่ยมคารวะหลุมศพพระเยซู
เลยสงสัยขึ้นมาว่า ....ทำไมถึงมี สามหลุมศพเลยล่ะ....
 
ต่อมานายอาจารย์ไมเคิล ก็พาไปเดินขึ้นกำแพงเมืองเก่า ตอน 12.20 โดยที่ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง
 
ที่เห็นเป็นลวดหนามคือในสมัยก่อนนู้่น เคยเป็นสนามรบ อิสราเอลถูกจอร์แดนรุกรานมาจนติดชอบกำแพงนี้เลย
เขาก็ปล่อยไว้แบบนี้ไป
 
 
 
 
เห็น Holy sepulcher อยู่ไกลๆ
 
 
เดินวนครบรอบก็บ่ายโมงสิบแล้วท่านอาจารย์ก็บอกเดี๋ยวจะไป กำแพงร้องไห้ก่อน เย็นๆคนจะเยอะ
ก็เลยต้องไปอ่ะนะ ขัดไม่ได้ พูดภาษาฮิบณูไม่ได้ซักกะแอะ
 
 
สถาน ที่นี่คือ กำแพงร้องไห้ของศาสนายิว ทางซ้ายสำหรับผู้ชาย ทางขวาสำหรับผู้หญิง ด้านซ้ายไกลๆจะเป็นถ้ำทำเป็นที่เก็บหนังสือและคัมภีร์สำคัญๆ และผู้ที่เคร่งศาสนามากๆจะไปสวดมนต์กันข้างใน เพราะจะได้ใกล้ชิดพระคำสอนมากกว่า
 
ก่อนเข้าจะต้องใส่หมวกยิวด้วย มีให้ยืม
 
 
 
 
พอจบก็ยังไม่ยอมพาไปกินข้าวเที่ยงซะที แต่ไป Dome of the rock ก่อน
 
 
แต่ก็ไม่ได้เข้าเพราะมีพิธี
เลยได้ไปกินข้าวซะที เย้~~~
 
ปรากฎว่าท่านบอกว่าจะพาไปกินอาหารที่เทียบเท่ากับ ก๊วยเตี๋ยวเมืองไทย
เดินเข้าไปในร้านอะไรก็ไม่รู้ สั่งอะไรก็ไม่รู้ออกมาแบบนี้เลย
 
 
 
เอิ่มมมมม เหมือนก๊วยเตี๋ยว???????
 
สรุป ท่านอาจารย์ไมเคิลก็เล่าว่า อาหารนี้แต่ก่อนเป็นของชาวอาหรับ แต่ในปัจจุบันกินมันเป็นเรื่องปกติในหมู่ชาวยิวเหมือน ก๊วยเตี๋ยวของไทยที่เคยเป็นของชาวจีน เข้ามาในไทยแล้วคนไทยก็ปรับปรุงจนเป็นอาหารหลักของคนไทย..
 
 
ตกลงมันคือก้อนแป้งแบบ นันของอินเดีย จิ้มกับซอสแบบเนยถั่ว ของอิสราเอล และสลัดน้ำมันงาอิสราเอล
บ่ายสองกว่าแล้ว อะไรก็อร่อยทั้งนั้นแหละ
 
 
กินเสร็จออกมาเดินวนๆต่ออีกหน่อยนึง
 
 
เจอร้านอาหารไทย
โอ้......แปลก มาถึงนี้เลย
 
 
คุยๆกับเจ้าของร้าน เขาเป็นคนอีสาน มาเปิดร้านได้ห้าหกปีแล้ว ขายก็พออยู่ได้
สุดท้ายก็เดินวนไปมาแล้วก็กลับบ้าน
 
 
แมวหน้าบ้าน
 
ตอนเย็นเดินกลับไปใหม่ แม่ทนไม่ไหว เลือกร้านอาหารเองเลย
ได้เลือก ข้าวเนือสโตรกานอฟมาจานนึง
 
 
อย่างน้อยก็ข้าวล่ะฟะ
 

Comment

Comment:

Tweet

นันน่าอร่อยเนอะ confused smile

#6 By Ellebazi on 2011-10-18 13:14

เมืองเค้าสวยดีนะ แต่อาหารนี่ เอิ่ม... sad smile

#5 By MiiS (58.11.14.252) on 2011-10-18 01:53

ดูไม่เหมือนของกิน....wink
แต่ภาพพระเยซูมีซิกแพคด้วยอ่ะ..

#4 By rasijes on 2011-10-18 00:32

อยากลองไปอ่ะ...

ฟังดูแค้นเคืองมากที่อาจารย์เอาแต่พาทัวร์ ไม่พาไปกินข้าวซะที ฮ่ะๆ

#3 By draco on 2011-10-17 23:18

อาหารไม่น่าอร่อยเลย = =

#2 By JiBi_AI on 2011-10-17 22:45

ข้าวเหนียวสโตรกานอฟ confused smile

#1 By Roticagas on 2011-10-17 22:41

Tags