หายกันไปเป็นเดือนกว่าจะว่างมาทำต่อ ซึ่งจริงๆแล้วก็คือลืมน่ะแหละ งานมันไหลเข้ามาเรื่อยๆ

ต่อกันที่วันที่ 4 ก่อนที่จะเริ่มรายการโหลดรูปเยอะแยะก็มีของมาฝาก

ตื่นขึ้นมาก็เจอไอ้เจ้านี่ ตัวอะไรก็ไม่รู้ล่ะ หน้าตาเหมือนหนอนแก้วชอบกล

วันนี้การเดินทางจะมุ่งสู่ศาลเจ้าซีจี (ไอ้ตัวหนอนแก้วข้างบนน่ะแหละ)

เป้าหมายปลายทางของจริงคือ

ศาลเจ้าวาชิโนะมิยะ เป้าหมายของโอตาคุแถวๆนี้แหละ

แต่ก็ต้องขออภัยล่วงหน้าเนื่องจากผ่านมาสองเดือนกว่าแล้ว จึงจำเส้นทางไปไม่ค่อยได้ ใครอยากรู้จริงๆแนะนำให้ถามท่านพี่กูเกิ้ลเอา ใส่คำว่า 鷲宮神社

เป็นศาลเจ้าที่ถูกใช้เป็นต้นแบบลงในการ์ตูนเรื่อง Lucky Star ที่มีเจ้าหนูโคนาตะนำแสดง

ไปถึงเอาเข้าจริงๆ มันก็เป็นเมืองปกติธรรมด้าธรรมดา ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยในแง่การท่องเที่ยว เลยถ่ายสะเปะสะปะบ้านเมืองมา

ช่องแคบบ้านคนญี่ปุ่น

เห็นมั๊ยว่ามันเป็นเมืองดาษๆยังไง

จนเดินไปถึงตัวทางเข้าศาลเจ้า (คาดหวังลึกๆว่าจะได้ถ่ายรูปมิโกะอีก)

หน้าตาไกด์ในวันนี้ เหมือนคนในทัวร์เลย

อะไรก็ไม่รู้เบอร์ 1

โทริอิตั้งเอียง (จริงๆแล้ว ต้นไม้ต่างหากที่เอียง)

บริเวณโดยรอบศาลเจ้าร่มรื่นดังศาลเจ้าปกติทั่วๆไป จนเดินมาถึงที่แขวนป้ายอธิฐานเท่านั้นแหละ เป็นเรื่อง

ก็เลยเดินวนๆชื่นชมในความพยายาม(บ้า)ของคนญี่ปุ่นอยู่พักนึง ก็พบว่าบางคนวาดเองลงไป ส่วนอีกพวกใช้คล้ายๆเหมือนสติกเกอร์สกรีนโทนอะไรราวๆนั้น แปะลงไปเพื่อความคงทนและชัดเจน

ส่วนรอบๆศาลเจ้าวาชิโนะมิยะ เป็นศาลเจ้าแบบที่ไม่มีมิโกะทำงานอยู่(ฮืิอๆ~~~)

มีศาลเจ้าหลักใหญ่อยู่ตรงกลางพื้นที่ และมีศาลเจ้าเล็กๆอยู่ประจำตามจุดต่างๆทั่วบริเวณราวๆ 5-6 ตำแหน่ง

สถานที่ชำระล้างมือ ไม่รู้เขาเรียกว่าอะไร

ซึ่งวอลล่าก็เห็นแก่เด็กตัวน้อยๆ จึงเข้าไปร่วมวงกับเขา

ศาลเจ้าหลัก

ศาลเจ้ารอง

เดินเล่นซัก 10 - 15 นาทีก็วนครบรอบแล้ว

รูปที่ระลึกก่อนจะกลับ

ทางซ้ายคือที่แขวนป้าย

หลังจากนั้นก็เดินทางกลับโตเกียว ระหว่างทางก็ปรึกษากันว่าจะกินอะไรกันเป็นข้าวเย็น (โดยการโยนให้อีกคนคิดให้)

วอลหยิบหนังสือเทียวกินโตเกียวไปอ่านแล้วก็ออกความเห็นว่าไปกินราเม็งที่ Ebisu ละกันก็เลยเฮโลกันไปเพราะเป็น Win by default เนื่องจากไม่มีคู่ต่อสู้

ลงรถไฟ JR Yamanote ที่ Ebisu station

หน้าสถานีจะมีรูปปั้นเทพเจ้าแห่งโชคลาภเอบิสุอยู่

ช้อมูลจากวอลบอกว่า อยากกินราเม็งร้านที่ชื่อ Afuri ที่มีแนะนำในหนังสือ(ของฉัน)ที่มันเพิ่งอ่าน

เดินไปถึงข้างหน้าร้าน

ซูมใกล้ๆประตูหน่อย

ป้ายขาวๆที่แขวนไว้เขียนไว้ว่า หยุดทุกวันพุธ....วันที่ไปวันนั้นก็วันพุธ ส่งผลให้วอลล่า....อดกิน...

หลังจากนั้นก็เปลี่ยนไปกินร้านที่สอง ขออภัย(2) จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว

ภาพภายในร้านพร้อมนายแบบนำเสนอสองนาย

เมนูมีบะหมี่สองอย่าง น้ำขาวกับน้ำดำ

เนื่องด้วยความขี้เกียจเลยได้ถ่ายรูปมาแต่ชามที่ได้กิน

 

แถมก่อนกลับบ้านซากุระยามค่ำคืน

จบการเที่ยวแบบโอตาคุ

จะพยายามทำๆให้ครบทุกวัน ซึ่งก็เหลืออีกวันเดียวให้ได้ ภายในอาทิตย์หน้า มิฉะนั้นจะลืมหมดว่าไปไหนมามั่ง เหอๆ

การเข้าแถว

posted on 05 Jun 2008 15:07 by rico  in whine

เมื่อวันก่อน ซักสองสามวัน ก็อ่านนสพ.คมชัดลึก ตอนเช้าไปตามปกติ ก็ไปเจอกับคอลัมน์

"การเข้าแถวบน BTS"

ไอ้เราก็ขึ้น BTS ไปกลับทุกวัน ก็อยากรู้ว่ามันจะมีอะไรก็ลองอ่านดู

ปรากฎว่า....

เขียนแค่ว่า ปรากฏการณ์ใหม่คนไทยเข้าแถวกันขึ้นรถไฟฟ้า

..... มีการสัมภาษณ์ แบบพอเริ่มเข้าแถวแล้วก็รู้สึกได้เลยว่าขึ้นรถได้เร็วขึ้น......

(ล้มโต๊ะ)

ปกติแล้วการเข้าแถวนี่เป็นมารยาท ขั้นพื้นฐานในสังคมไม่ใช่เรอะ!!!

หรือว่าจริงๆแล้ว คนไทยไม่ได้เข้าแถวกันเป็นปกติ??

ก็เลยเริ่มคิดเริ่มนึกจากประสพการณ์... อาจจะเป็นไปได้ฟ่ะ นึกถึงสภาพรถเมล์แล้วก็ เฮ้อ..

จริงๆเราก็เคยบ่นๆเรื่องคนไทยไม่ค่อยชอบรอ ไปทีนึงแล้ว เฮ้อ (อีกรอบ)

 

มองโลกในแง่ดีเกินไปสินะเรา

Tag untitled

posted on 03 Jun 2008 14:52 by rico  in common

จาก ผู้ร่วมทางที่แสนดีหมายเลขหนึ่ง จำไว้เลยนะแก

1.ไก่ กับ ไข่ อะไรเกิดก่อนกัน
Ans ไก่เกิดก่อนแน่นอน คนสมัยก่อนเห็นตัวคล้ายๆนกแต่ดันบินไม่ได้ก็เลยเรียกมันไว่ไก่ เขาไม่ได้เก็บไข่มั่วๆมาใบนึงแล้วเรียกมันว่าไข่ไก่แล้วรอให้มันเกิดออกมาหรอก

2.ที่ที่หนาวที่สุดที่คุณเคยไปมา
Ans จำไม่ค่อยได้แล้ว น่าจะเป็นที่ภูเขาซักที่ในสวิส นั่งกระเช้าขึ้นไปได้ห้านาที โดนไล่ลงมา เพราะพายุหิมะเข้า ลมแรงมากจนเกือบล้ม

3.แล้วที่ที่ร้อนสุดล่ะ
Ans ในห้องเช่าของตัวเองที่เมลเบิร์นกลางฤดูร้อน แถมไม่ีพัดลมด้วย หน้าต่างก็มีเล็กๆอันนึง แค่ราว 30 องศาเองแต่ร้อนนรก แก้ผ้านอนก็ยังไม่หายร้อน แถมหนีไปไหนก็ไม่ได้ด้วยห้องของเราเอง

4.ที่ผ่านมาเดินทางด้วยอะไรระทึกใจที่สุด
Ans หลับบนเครื่องบินแล้วฝันว่า เครื่องบินตกหลุมดำ

5.เปรียบเทียบวงดนตรีเมืองไทยและเมืองนอกที่คล้ายๆกันหน่อยซิ
Ans ไม่ได้ฟังเพลงไทยเลย หมดความเชื่อถือไปนานแล้ว

6.มื้อที่กินอาหารเยอะสุด
Ans บุฟเฟ่ต์ซักที่แหละมั้ง

7.เจ็บป่วยที่รุนแรงๆในชีวิต
Ans อุบัติเหตุรถชนเมื่อสามขวบที่เป็นเหตุให้พ่อเสียชีวิต ตอนนั้นนอนโรงพยาบาล 8เดือน ตาบอกนึกว่าจะกลับมาเดินไม่ได้ซะแล้ว

8.ทำไมกุหลาบถึงต้องมีหนาม
Ans มีไว้เตือนคนซุ่มซ่าม

9.ทำไมวันวาเลนไทน์ต้องอยู่ในเดือนกุมภาพันธ์
Ans ธรรมชาติกำหนดมาแบบนั้น

10.มีความคิดอย่างไรกับวันวาเลนไทน์
Ans มีไว้ซะบ้างก็ดี คนค้าขายเขาจะได้ทำยอดได้มั่ง

11.ถ้าวันวาเลนไทน์ไม่ได้เป็นวันที่14กุมภา อยากให้เป็นวันไหน
Ans วันที่ 28 กุมภา วันเกิดแฟนฉัน

12.เปรียบความรักเหมือนกับอะไร
Ans ตลาดหุ้น ขึ้นๆลงๆแล้วแต่อารมณ์ แต่อยู่กันไปนานพอ ยังไงมันก็เพิ่มขึ้นจากแต่ก่อน

13.การ์ตูนเรื่องแรกที่อ่าน
Ans น่าจะเป็นดรากอลบอล ไม่ก็อาราเร่

14.ไม่มีอะไรถาม แค่อยากให้จบเลขสวยๆน่ะ
Ans รับทราบ แต่ 13 สวยกว่าเยอะนะ

...แฟมิลี่...


1.บอกสมาชิกที่บ้านมา
Ans แม่ น้องสาว

2.บอกชื่อพ่อแม่มา
Ans 3-1006-0208A-BC-D

3.ชื่อพี่น้อง
Ans สุดสวย

4.สัตว์เลี้ยงในบ้านมีอะไรบ้าง? (แปะรูปด้วย)
Ans ไม่ได้เลี้ยงอะไรซักตัว บางคนอาจจะคิดว่ามีปลา แต่ฉันไม่ได้เป็นเจ้าของ ห้ามบ่นถึง


...ที่สุด...


1.หนังสือที่ชอบที่สุด
Ans : การ์ตูนเรื่อง 神社のススメ ถึงมันจะมิโกะมากก็เถอะ แต่เนื้อในเป็นสไตล์ Love comedy แถมความรู้เกี่ยวกับพิธีของศาสนาชินโตอีกเล็กน้อย ไอ้ตรงนี้อ่านไม่ค่อยออกเท่าไหร่ อ่านยาก

2.หนังที่ชอบที่สุด
Ans : ไม่มี

3.เกมที่ชอบที่สุด
Ans : ตอนนี้ก็คงเป็น World of Warcraft เล่นมันทุกวันทุกเวลาวาง

4.สนใจอะไรที่สุด
Ans : ความคิดที่แตกต่างของหมู่มวลชน

5.กลัวอะไรที่สุด
Ans : การตาย อาจจะเป็นปรัชญาไปซะหน่อย แต่ก็กลัวจริงๆนะเป็นตั้งแต่ม.ต้นแล้ว

6.เกลียดอะไรที่สุด
Ans : คนที่ทำเป็นรู้เรื่องทั้งๆที่ไม่รู้เลย

7.การ์ตูนที่ชอบที่สุด
Ans : การ์ตูนเรื่องนาโนฮะโดยเฉพาะภาคสอง (A's) ถ้า Tiga (มั้ง) มันทำ Package กล่องน่าเก็บกว่านี้หน่อยก็ซื้อมาเก็บเฉยๆ นี่ทำออกมายังกะกล่องแผ่นก็อป

8.สิ่งที่ชอบที่สุด
Ans : Travel ไปที่ที่ยังไม่เคยไป

9.สีที่ชอบที่สุด
Ans : เทา

10.วิชาที่อยากเรียนที่สุด
Ans : วิธีหาเงินโดยไม่ต้องทำงาน

11.วิชาที่ไม่อยากเรียนที่สุด
Ans : อะไรก็ได้ที่ต้องจำอย่างมาก

12.ขนมที่ชอบที่สุด
Ans : ไอติม ถ้ามีแบบกินแล้วไม่อ้วนจะดีมากๆ

13.ขนมที่ไม่ชอบที่สุด
Ans : ให้นึกตอนนี้ก็นึกไม่ออกแฮะ

14.อาหารที่ชอบที่สุด
Ans : ข้าวผัดแบบต่างๆ

15.อาหารที่ไม่ชอบที่สุด
Ans : อาหารที่มีรสเปรี้ยวเป็นหลัก เครื่องดื่ม ขนมหวานไม่นับ

16.อยากเห็นใครคอสอะไรที่สุด
Ans : แฟน มิโกะอีกรอบที่บ้านใหม่ ชุดพร้อม สถานที่พร้อม ความยินยอมพร้อม เหลือแค่ภาคปฏิบัติยังไงก็ยังไม่ยอมซักที

17.อยากเห็นใครทำอะไรที่สุด
Ans : อยากเห็นไทย "รอ" กันเยอะๆ เคยบ่นๆไว้ใน Faqs answers ลำดับที่11

18.แท็กต่อไปให้อีก7คน(เอาจริงรึ = _ = '')
Ans ม่ายยยย

Tag: Transgender

posted on 29 May 2008 14:58 by rico  in common
โดนแถกเข้าจนได้ผีมือ คู่หู จริงๆก็เคยคิดอยู่บ้างนานๆทีว่าอยากเป็นผู้หญิงจัง
มันคืออีก ครึ่งนึงของความเป็นมนุษย์เชียวนะ ต่อให้ทำยังไงก็ไ่มสามารถสัมผัสได้ยกเว้นในการ์ตูน

เมื่อคุณกลายเป็นเพศตรงข้าม....

เช้าวัน นึงคุณตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ และเมื่อคุณเดินไปห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำ คุณกำลังส่องกระจกด้วยความงัวเงีย แต่สิ่งที่คุณเห็นในกระจก กลับกลายเป็นคนแปลกหน้า (เพศตรงข้าม)!!!!!!

1. คุณจะทำอย่างไร?
หยิบชุดมิโกะในตู้มาใส่ลองก่อน ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย อย่างอื่นค่อยว่ากัน....

ใส่เป็นชุดอยู่บ้านไปเลยท่าจะดี
ป.ล มีรูปถ่ายเก็บไว้แหละ แต่ไม่โชว์ให้ดูหรอก

2. หน้าคุณเป็นแบบไหน?
เหมือนเดิมก็ได้ไม่ขัดข้อง แต่ถ้าเหมือนเดิม คงต้องดูแลเพิ่มมากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว อดความอ้วนซะด้วย ตอนนี้อวบและบวม

3. คุณจะบอกกับคนในบ้านว่ายังไง?
ก็บอกว่าตื่นมาก็เป็นแบบนี้แล้วทำไงดี ตามหลักการก็คงโดนพาไปโรงพยาบาล หาหมอนู้นหมอนี้บลาๆ ทำอะไรไม่ได้ก็คงใช้ชีวิตอยู่ต่อไป
ไม่ก็
เป็นแบบในการ์ตูนบางเรื่องที่มีแต่เราที่จำได้ว่าเป็นผู้ชาย ที่เหลือในโลกจำว่าเราเป็นผู้หญิง ในเคสนี้ก็ชิวๆสบายๆ ทำตัวเหมือนเดิม

4. ได้เวลาอาบน้ำ...
สงสัยว่าสัปดาห์แรกๆจะอาบนานเป็นพิเศษ เหอๆ แบบว่าเห่อของใหม่ (ก็อปจากคนแถกซะเลยนี่แหนะ)

5. สถานที่อยากจะไป
.....อืม....ตอบห้องน้ำหญิงจะโดนหาว่าโรคจิตไหมเนี่ย...
สงสัยมานานแล้วว่าข้างในเป็นยังไง เป็นสถานที่ที่ชาตินี้ก็ไม่ได้เข้า

6. จะบอกแฟนว่าไงล่ะทีนี้?

ก็บอกเป็นไปแล้วอ่ะทำยังไงดี ขอความช่วยเหลือ อ้อนๆหน่อยเขารักเราเขาก็ช่วยไม่ก็ยอมรับเองแหละ

7. อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมมั้ย
กลับได้ก็กลับ กลับไม่ได้ก็ไม่กลับ ไม่ได้อยากหรือไม่อยากอะไร เราต้องยอมรับปัจจุบันของเราเซ่

ในวันที่ 3 นี้พวกเรามีแผนการวางไว้อย่างเรียบร้อยลงตัวไม่เหมือนสองวันที่ผ่านๆมา
วันแรก
วันที่สอง

แผนการก็คือ...ต้องถ่ายรูปมิโกะให้ได้ที่เกียวโต.....ไม่ใช่ล่ะ
แผนการจริงๆคือเดินทางไปเกียวโตด้วยชินคังเซนแล้วแวะชม
1. วัดคิโยมิสึอันเลื่องชื่อ (ไปมาแล้วสามครั้ง) 清水寺 และ
2. ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ ที่มีประตูโทริอิกว่าพันอัน(มั้ง อันนี้ก็ไปมาแล้ว) 伏見稲荷大社

จะสังเกตเห็นว่าไปแต่ละที่ไปมาแล้วทั้งนั้น แล้วจะไปอีกทำไม
คำตอบ นั้นคือ อีสองตัวมันไม่ช่วยออกความเห็นเลย ก็เลยเลือกไปอันที่เคยไปมาแล้วรู้ว่ามันเป็นยังไงนำเที่ยวได้

ตื่นเช้ามาออกจากห้องถ่ายรูปประเดิมฝีมือก่อนเลย

แผนการเดินทางคือ ซื้อข้าวกล่อง แล้วขึ้นรถไฟโคดามะไปลงสถานี มิทชิมะแล้วเปลี่ยนรถไฟฮิคาริเพื่อความรวดเร็วยิ่งขึ้น

ข้าวเช้า



ราคา 1050 เยน

นี่ผู้ร่วมเดินทางที่ดี (ดีตรงที่ไม่ออกความเห็นอะไรเลย ให้ไปไหนก็ไป)

จากสถานีมิทชิมะ จะสามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิ โชคดีที่วันนี้ท้องฟ้าโปร่งไร้เมฆและสิ่งรบกวน

ราวๆ สิบเอ็ดโมงก็มาถึงสถานีเกียวโต หลังจากสำรวจพุงของแต่ละคนแล้วก็ตกลงว่าจะไปศาลเจ้าก่อนค่อยกลับมาหาอะไรกินเป็นข้าวเที่ยง

วิธีเดินทางไปก็ง่ายมาก จากสถานีโตเกียวนั่ง JR เส้นที่จะไปนาโกย่า ไปสองสถานีก็จะมาถึงสถานีอินาริ
เดินออกจากสถานีมานิดเดียวก็จะสังเกตเห็นสิ่งแดงๆส้มๆ

ใช่แล้วมันคือโทริอิหลักหน้าทางเข้านั่นเอง

หล่อไหม เหอๆ...(อายตัวเองฟ่ะ)

ภายในศาลเจ้า


ซึงด้านหลังศาลเจ้าหลักนี้จะมีทางเดินขึ้นไปบนเขาที่เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าย่อยๆอีกมากมาย และระหว่างทางก็จะมีโทริอิเล็กๆที่ชาวบ้านให้การสนับสนุนสร้างไว้...มันเยอะจริงๆนะ

รูปอาจจะไม่ละเอียดซักหน่อย เพราะเคยมาแล้วก็เลยลืมๆถ่ายไปมั่ง ขี้เกียจมั่ง รอดูจากของซีจีก็แล้วกันนะั

อันนี้ดอกไม้ข้างทาง

เป็ดน่ากิน

ขึ้นไปได้ราวๆครึ่งทาง ก็มีสภาพเป็นอย่างนี้ซะแล้ว

สามใบเถาต่างถิ่น


หึหึหึ จริงๆแล้วที่พาสองคนนี้มาที่นี่เพราะเรามี hidden objective นั่นก็คือ

รูปนี้ถ่ายในระยะ หลายสิบเมตรเหมือนกัน จากรูปบนเดินลงทางซ้ายสุดมันจะเป็นทางลงไปเรื่อยๆ ข้างๆเป็นหุบเขาเล็กๆ แต่แล้วซีจีก็ชี้ให้ดู นั่นคือ แถวของเหล่า มิโกะกำัลังเดินขึ้นมาจากอีกฝากของหุบเขา
นี่ซูมสุดๆแล้ว เสร็จซีจีก็พูดทำไมไม่ถ่ายคนสุดท้ายล่ะ น่ารักกว่านี้อีก ...(ไกลขนาดนี้ยังจะแยกแยะออกอีกนะ)

เดินบนเขากันจนพอใจและหมดแรง จากนั้นก็เลยลงจากเขาเพื่อไปหาข้าวเที่ยงกิน (ตอนนั้นประมาณบ่ายสองนิดๆ) แต่แล้วก็เหมือน เทพเจ้าจิ้งจอก(ไม่ใช่ไอ้เทนส์) ก็เมตตาในความพยายาม (มาหลายครั้ง)ของเรา


เนื่องจากตอนนั้นฝนกำลังลงเม็ดพอดี โชคดีชมัด

รูปบน คนนั้นเขาถือของเดินไปไหนซักที่นึงแปลว่าอีกซักพักเขาจะต้องเดินกลับมาแน่ๆ ตั้งกล้องรอไว้เลย นี่แน่ะ

โช้ะ

เสร็จสิ้นภารกิจเลยหันไปบอกวอลกะซีจีกลับเหอะ เหอๆ..กลับสถานีไปหาอะไรกินเหอะหิวโคตรๆ
รูปแถม

เดินอยู่ย่านร้านของกินใต้สถานีเกียวโต แต่ตกลงกันไม่ได้ซักทีว่าจะกินอะไร เลยเดินเข้าร้านหน้าตาเหมือนฟามิเรส (Family restaurant) สั่ง!! อาหารสิ้นคิด ข้าวราดแกงกะหรี่

อิ่มแล้วก็มุ่งหน้าสู่เป้าหมายถัดไป วัดคิโยมิสึ ปรากฎว่าวันที่ไปคือ วันที่ 1 เดือน 4 แล้วทางวัดเขามีงานของวัดวันที่ 29 เดือน 3 ยาวไปถึงวันที่ 10 เดือน 4
คนมันก็เลยบานแบบนี้ไงเล่า...แง่งๆ

กว่าฝ่าฝูงคนเข้ามาในวัดได้หมดไปยี่สิบนาที


ปีกี้เสนอให้ไปที่ศาลเจ้าจิชู 地主神社 ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่ดังเรื่องความรักตั้งที่ในตัวเขตของวัดอีกทีนึงซะก่อน เดี๋ยวมันปิด ...ศาลเจ้าจะมีเวลาเปิดปิดเวลาวางขายเครื่องรางต่างๆ แต่ยังสามารถเข้าไปได้หลังจากปิดแล้วเล็กน้อย ส่วนตัววัด ไม่มีเวลาปิด (หรืิมีแต่ไม่รู้เพราะไม่เคยอยู่ดึกขนาดนั้น)

รูุปถ่ายมาเล็กน้อยมาก




อันนี้คือหินเสี่ยงทายความรัก จะมีอยู่สองก้อนห่างกันประมาณร้อยเมตรเขาว่ากันว่าถ้าสามารถเดินปิดตาจากก้อนนึงไปยังอีกก้อนนึงได้โดยนึกภาพว่าคนรักยืนรออีกฝั่งนึง ความรักจะมั่นคงยั่งยืน

พยายามชักจูงให้ซีจีมันลอง ยังงั้ยมันก็ไม่ยอมลอง "มีแต่ผู้หญิง อายเขาอ่ะ"

ศาลเจ้านี่เล็กมากแปปเดียวก้เดินดูทั่วหมด ก็เลยกลับไปตั้งต้นตั้งแต่ทางเข้าวัด แล้วก็เจอกับลานประลองเบ็งเคย์(ตั้งเอง) รูปนี้ไม่ได้ถ่ายเอง ยืมซีจีมา
ถ้าใครเคยดู Lucky Star จะมีอยู่ฉากนึงที่ทั้งสี่คนช่วยกันยกแท่งเหล็กไอ้นี่มันคือแท่งเหล็กอันนั้นน่ะแหละ


เขาว่าเป็นไม้พลองที่เบ็งเคย์ผู้มีพละกำลังเหนือมนุษย์ใช้เมื่อสมัยก่อน

แล้วมนุษย์ธรรมดาๆอย่างเรายกมันจะเป็นยังไงน้อ


มันหนักโพดๆเลยนะ จนสงสัยเลยว่ามันแอบเชื่อมเหล็กติดกับพื้นไว้รึเปล่าฟะ
ป.ล. วอลก็ไม่ยอมลองอีกตามเคย...........- -'

หลังจากนั้นก็เดินเรื่อยเปื่อยชมวิวชมวัดดูซากุระ

ถึงตอนนี้ก็เริ่มหมดแรง เริ่มหมดแรงก็เริ่มขี้เกียจถือกล้อง ขี้เกียจถ่ายรูป...แต่ก็ยังถ่ายต่อไป

สถานที่ตรงนี้คือจะน้ำพุไหลลงมาจากภูเขา เขาว่ากันว่าไหลมาแบบนี้สามร้อยกว่าปีแล้วไม่เคยหยุด
ก็เลยมีการปลุกเสก (เหมาะกับคนไทยนะเนี่ย) แล้วแบ่งสามเส้น เลือกดื่มเส้นใดเส้นนึงจะช่วยดวงทางด้านนั้น ซึ่งมี การเงิน การงาน และความรัก ส่วนหนุ่มไทยสามหน่อ ยอมแพ้แ่ก่แถวอันยาว ขี้เกียจแล้วหมดแรง..


รูปแถมก่อนกลับ

ตอนแรกมองผ่านๆนึกว่ามีคนกำัลังปีนต้นซากุระอยู่

เพราะตัววัดอยู่บนเขา ขากลับก็ต้อง เดิน.ลง.เขา. เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว เฮ้อ...

ขากลับเจอกับกลุ่มคนไทยที่เที่ยวเองเหมือนกับเรา แล้วได้ช่วยเหลือไว้เล็กน้อยเรื่องตั๋วรถไฟ เลยถ่ายรูปซะเลย กลุ่มนี้พักอยู่ที่โอซาก้า

เหนื่อย เมื่อย หมดแรง ขี้เกียจ นับสถานะของตัวเองได้สี่ข้อแล้ว ก็ข้าวกล่องเถอะ...

เดินลงไปชั้นใต้ดินของห้างอิเซตัน (ห้างอะไรชื่อคุ้นชมัดเลย) เดินเลือกของกิน แล้วก็ไปขึ้นรถไฟกลับโรงแรมนอนที่อาตามิ

มื้อเย็น

อันนี้ข้าวเย็นของวอลล่า

จบไปอีกหนึ่งวัน วันนี้จะยาวที่สุด เพราะแผนการวางไว้เรียบร้อย จะพยายามอัพที่เหลืออีก สองวันให้ได้โดยเร็ว

.
.
.
.

สองวันจริงๆ เพราะวันก่อนสุดท้่ายไปอากิบะเดินซื้อของทั้งวัน ไม่มีอะไรเลย วันสุดท้ายก็เดินรอเวลาขึ้นเครื่องจึงไม่มีอะไรมาเล่าอีกเหมือนกัน

edit @ 16 May 2008 17:22:06 by Rico